จากหญิงชราไร้ญาติ นอนริมถนนรอหมดลมหายใจ หลวงพี่น้ำฝน ชุบชีวิตให้ยายพูล เกิดใหม่อีกครั้ง ในวัย 90 ปี

ข่าว
Loading...

เผยชีวิตเรื่องราวสุดรันทด ยายพูล หญิงชรา วัย 90 ปี ใช้ชีวิตลำพังไร้ญาติไม่มีไฟฟ้า ใช้นายหลายสิบปีริมถนนเพชรเกษม ชาวบ้านชินตานั่งขยับร่าง ลุยแดด ฝน ไปร้านสะดวกซื้อหาข้างประทังชีวิต ในบ้านนอนรวมสัตว์มีพิษกองขยะ หลวงพี่น้ำฝน อ้าแขนชุบชีวิตสร้างบ้านใหม่ จัดเจ้าหน้าที่ดูแลคุณภาพชีวิต พลิกจากหญิงอนาถากลับมีพลังด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง

ภาพของหญิงชราในวัย 90 ปีที่นั่งยอง ๆ แล้วก้าวขาไปช้า ๆ พร้อมกับประป๋อง 1 ใบ ที่ริมถนนเพชรเกษม กลางใจเมืองนครปฐม มีผู้คนในระแวกในพื้นที่จะคุ้นชินตา เพราะเธอจะหองสังขารที่ร่วงโรยเพื่อจะไปหาอาหาร นมและยาหม่อง ที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ห่างจากเพิงที่พักของเธอไปประมาณ 50 เมตร หลายคนที่ได้เจอพยามจะเข้าช่วยเหลือและอุ้มเธอไปส่งยังที่หมายแต่เธอกลับที่จะปฏิเสธและขอเคลื่อนตัวไปช้า ๆ ด้วยกำลังขาและแขนของเธอเอง แต่ก็มีหลายคนที่อดจะสงสารไม่ได้และหยิบยื่นเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเป็นข้าวกล่อง เครื่องดื่มชูกำลัง ให้เธอ

Loading...

ด้วยการที่ยืดขาขึ้นยืนไม่ได้แล้ว ยายพูล เอี๊ยวถาวร อายุ 90 ปี จึงต้องเวลา ไปกลับที่เพิงพักกับร้านสะดวกซื้อ นานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง บางวันแดดร้อนจัด ยายพูล ต้องอาศัยร่วมจากหมวกจีนไว้กำบังแดดในช่วงบ่าย ถ้าวันไหนฝนตกหนัก เธอต้องเดินยองขาไปช้า ๆ เพื่อฝ่ากับสายฝน บางวันเธอต้องไปกลับ 2-3 ครั้งหากมีความหอวหรือต้องการหลบไอร้อนที่เพิงพัก ริมถนน มีหลายครั้งที่เธอต้องจะโกนออกมาด้วยเสียงสุดแรงเพื่อระบายความอึดอัดและชีวิตที่ต้องต่อสู้ไปกับลมหายใจในทุก ๆ สามี ยายพูล ไม่อยู่แล้วเมื่อ 2 ปีก่อนเพราะความชรา ลูกบุญธรรมก็ไม่อยู่แล้ว ญาติที่มีก็ไม่เคยมาดูแลเพียงแต่ขับรถมาชะลอดูริมถนนแล้วก็เคลื่อนตัวออกไปโดยไม่ได้ใยดีกับสภาพชีวิตของหญิงชราที่ถูกทิ้งไว้ที่ริมถนนเพชรเกษม

หลังทราบเรื่องราว พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม จึงได้เดินทางเข้าเยี่ยมและสอบถามข้อมูล โดยพบว่าที่เพิงพักที่มีนักศึกษา ที่มีจิตอาสา นำเศษไม้มาตีประกอบเป็นห้องเล็ก ๆมึงด้วยสังกะสี โดยข้างในมีเตียงกระดาน ตั้งไว้ ยายพูลจะใช้นอน กินและขับถ่ายในที่เดียวกัน ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ยายพูลใช้ชีวิตมานานหลายสิบปี โดยแทบจะไม่มีใครสนใจ เงินเบี้ยผู้สูงอายุ พบว่ามีคนเบิกเงินแต่ไม่รู้ว่าเงินไปไหน บางวันไม่สบายไม่มีเงิน ไม่มีข้าวกิน ยายพูล ต้องใช้การดื่มน้ำเปล่า 3 วัน ต่อเนื่องเพื่อประทังความหิวพยุงลมหายใน ในห้องอับ ๆ และเต็มไปด้วย มด แมลง หนู แมลงสาป บางครั้งก็มีสัตว์เลื้อยคลานเข้ามาอาศัยหาเศษะขยะกินในเพิงพัง นี่คือสิ่งที่ยายพูลบอกไว้ พร้อมบ่นอยากฆ่าตัวตายให้พ้นจากทุกข์ทรมานกับสิ่งที่เจอในทุกวัน

และทันทีที่ ข้อมูลทั้งหมดได้รับการถ่ายทอด หลวงพี่น้ำฝน ได้เห็นถึงปัญหาจึงได้นิมนต์ คณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่และลูกศิษย์ลูกหา ระดมในการจัดเก็บสถานที่ทั้งภายใน และภายนอกที่พักซึ่งอุดมไปด้วยขยะและคราบไคลของสิ่งปฏิกูลที่ยายพูลได้กินและขับถ่ายไว้ ซึ่งการพยายามเชิญชวนให้ยายพูลพักที่บ้านพักคนชรา เป็นสิ่งแรกที่ยายพูลปฏิเสธ และขอยืนยันว่าจะสิ้นตรงที่ดินผืนสุดท้ายที่เธอขออาศัยที่ดินหลวง หลับนอน แต่หากย้อมกลับไป ที่ดินบริเวณดังกล่าวที่เป็นถนนเพชรเกษม และโดยรอบเคยเป็นที่ดินที่เธอเคยใช้เป็นที่ทำกินทางการเกษตร แต่ปัจจุบันได้ถูกทยอยตัดขาดออกไปจนหมดแล้ว

และจากการที่ได้ข้อมูลยังพบว่า การที่ยายพูลจะนอนหลับนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากทั้งความอบของอากาศ กลิ่นเหม็นที่สะสม รวมถึงปัญหาหลักคือแสงสะท้อนที่สาดกลับมาที่เพิงพักจนทำให้ตาของยายพูลมีต้อขึ้นทำให้มองฝ้าฟางไม่ชัดเจน ประกอบกับเสียงรถบรรทุกที่วิ่งกันตลอดทั้ง ทำให้ยายพูลต้องนอนทรมานอยู่ลำพังที่ริมถนนเพชรเกษมด้วยความรู้สึกหมดหวังและมองไม่เห็นความสุขในบั้นปลายชีวิต หลวงพี่น้ำฝน จึงได้ตัดสินใจที่จะจัดสร้างบ้านพักให้ใหม่ และประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำไฟฟ้ามาติดตั้งให้ ขอเลขที่บ้านให้ใหม่ รวมถึงการจัดไปทำบัตรประชาชนและบัตรผู้สูงอายุให้ใหม่เพื่อรับสิทธิต่าง ๆ ที่พึงควรจะมี โดยได้มีการจัดให้เจ้าหน้าที่วัดนำข้าว และมาอาบน้ำให้ทุกวัน ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพที่จะเข้ามาขโมยของกินและของใช้ของยายพูล ซึ่งเป็นการสร้างชีวิตใหม่ให้หญิงชราในวัย 90 ปี

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมกล่าวว่า ครั้งแรกที่ได้ทราบข้อมูลก็ได้มาตรวจสอบและพบว่า ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องนี้ตจะเกิดขึ้นกลางเมืองนครปฐมเพราะเป็นเมืองที่มีความเจริญ สิ่งแรกที่มาพบคือที่พักนั้นมีกลิ่นอับ มีความสกปรกเพราะไม่มีคนมาดูแล ยายพูลก็มีอายุมาก จะเดินยังไม่ไหว จึงได้ขอช่วยเหลือเพื่อชุบชีวิตให้ยายพูลใหม่ กับสิ่งที่เป็นอยู่ซึ่งมีโยมหลายคนที่ทราบข่าวมาดูแล้วก็บอกว่ารับกับสิ่งที่เห็นแทบไม่ได้

“อาตมาไม่มีแม่แล้ว และขอรับอุปการะโยมพูล ไว้ดูแลตลอดชีวิต เพราะคิดว่ายายพูล ไม่ควรต้องอยู่ในสภาพนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของกิจของสงฆ์ คือ งานในด้านสาธารณะสงเคราะห์ คือการไม่นิ่งดูดายคนที่ขาดโอกาสในสังคม โดยวัดไผ่ล้อมยังมีโรงเรียนผู้สูงอายุ สุขภาพดี และชมรมผู้สูงอายุ ในวัดไผ่ล้อม ที่ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียงซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลมาดูแลสุขภาพยายพูลนับจากนี้ไป โดยพร้อมจะดูแลยายพูลไปตลอดชีวิต นื่คือความตั้งใจที่ได้คุยกับยายพูล ซึ่งชื่อก็เหมือนหลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมเกจิดังแห่งจังหวัดนครปฐมด้วย และยายพูลก็เคยได้พบและทำบุญกับหลวงพ่อพูลมาแล้ว นี่คือความบังเอิญที่เพิ่งทราบด้วย” หลวงพี่น้ำฝนกล่าว

ระยะ 14 วัน จากหญิงชราที่ไร้ซึ่งความหวังบางวันจะมีคนเห็นเธอนั่งเหม่อลอยที่ร้านสะดวกซื้อ ด้วยแววตาไร้ความหวังไร้ความสุข ได้พลิกชีวิตจากไม่มีบ้านไม่มีคนดูแล กลับเปลี่ยนเป็นบ้านหลังใหม่ มีคนดูแลและเข้ามาดูแลคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุที่ควรจะเป็น ซึ่งประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวในอีกไม่กี่ปีโดยสภาพและเรื่องราวเหล่านี้ก็จะปรากฏมากขึ้น หากแต่วันนี้คณะสงฆ์วัดไผ่ล้อม ได้นำหลักของ บวร หรือ บ้าน วัด โรงเรียน ได้เข้ามาใช้ในการเป็นศูนย์รวมจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะสงฆ์ในยุคปัจจุบันจะได้มีบทบาทออกมาช่วยเหลือสังคมนอกวัด ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้พุทธศาสนิกชนได้รับกุศลจากคณะสงฆ์ ในพระพุทธศาสนาในประเทศไทยต่อไปนั่งเอง

ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.นครปฐม

Loading...
ไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าว
ทูลกระหม่อมฯ เสด็จหลบฝนในปั้มข้างทาง หลังเทหนัก ระหว่างทรงปั่นจักรยาน

Loading… ทูลกระหม่อมฯ เสด็จหลบฝนในปั้มข้างทาง หล …

ข่าว
แฉซ้ำ ดีเจสาวรับอุปการะแมว ฆ่าควักไส้มาแล้ว 27 ตัว แลกเงินเว็บใต้ดิน!

Loading… แฉซ้ำ ดีเจสาวรับอุปการะแมว ฆ่าควักไส้มา …

ข่าว
แท่งเปิดใจหลังเฉลยใครฆ่าประเสริฐ ชี้เบาะแสใหม่ ความลับตระกูลจิระอนันต์

Loading… แท่งเปิดใจหลังเฉลยใครฆ่าประเสริฐ ชี้เบา …