รองปลัด ยธ. ชี้ ประพฤติรุนแรง แค่ ฮอร์โมนเปลี่ยน -ไม่ควรนำเข้ากระบวนการยุติธรรม

ข่าว
Loading...

รองปลัด ยธ. ชี้ ประพฤติรุนแรง แค่ ฮอร์โมนเปลี่ยน -ไม่ควรนำเข้ากระบวนการยุติธรรม

ฮอร์โมนเปลี่ยน – จากกรณีรุ่นพี่ชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จำนวน 8 คน ได้พานักเรียนหญิง ป.4 ป่วยออทิสติก เข้าไปในห้องเรียนบอกว่าจะถักเปียให้ แต่ปรากฏว่ารุ่นพี่ กลับรุมกระชากผม และทำร้ายร่างกาย รวมถึงเอาเท้าเหยียบหน้าอย่างรุนแรง โดยผู้ปกครองเด็กผู้เสียหาย จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แถมยังแฉว่า โรงเรียนจะให้เด็กที่กระทำความผิดจ่ายเงินให้รายละ 500 บาท เพื่อขอให้จบเรื่องนั้น

วันที่ 11 ต.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า

Loading...

กรณีเด็ก ม.๒ ทำร้ายเด็ก ป๔. ไม่ควรนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นการขัดขวางพัฒนาการตามวัยของเด็ก แต่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม

การที่เด็กมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง นั้นเป็นพฤติกรรมเกเร (Conduct Behavior) ซึ่งหากพิจารณาตามจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และฮอร์โมน ส่งผลให้วัยรุ่นมีอารมณ์แปรปรวนง่าย ไม่คงที่ ฉุนเฉียว โกรธง่าย และมักแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง จึงทำให้เด็ก/เยาวชนที่กระทำผิดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่น

มีพฤติกรรมการล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่นหรือการละเมิดกฎเกณฑ์ของสังคม เช่น พฤติกรรมขโมย พูดปด หลอกลวง หนีเรียน หนีออกจากบ้าน ชกต่อย รังแกคนอื่น รังแกสัตว์ และทำลายของสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มีความเกี่ยวพันกับระดับของปัญหาและความเสี่ยงต่อการทำผิดในอนาคต และกระทำผิดซ้ำได้

ปัญหาดังกล่าวจึงไม่ควรปล่อยผ่านด้วยกระบวนการปกติ จากประสบการณ์ที่เคยเป็นทีมพัฒนาเครื่องมือจำแนกเพื่อค้นหาสาเหตุปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยจำเป็น ในการกระทำความผิดของเด็กหรือเยาวชน การใช้ความรุนแรง จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องมีการสอบถามในเครื่องมือดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขบำบัดเด็ก/เยาวชน ได้ตรงกับสภาพปัญหามากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การที่เด็กหรือเยาวชนมีพฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรง จึงถือว่าเป็นเด็กเสี่ยงต่อการกระทำผิดได้ และในการพัฒนาเครื่องมือจำแนกเด็กหรือเยาวชนในการในแบบประเมินความเสี่ยงและความจำเป็นจึงถือว่าเป็นพฤติกรรมเกเร (Conduct Behavior) นั้นต้องได้รับการบำบัดแก้ไขฟื้นฟู

ดังนั้น การทำทัณฑ์บน หรือกล่าวคำขอโทษจึงไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้องใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมประกอบด้วย เช่น การใช้กระบวนการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งสามารถประสานงานได้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ทั่วประเทศให้เข้าไปช่วยดำเนินการครับ

Loading...
ไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าว
ทูลกระหม่อมฯ เสด็จหลบฝนในปั้มข้างทาง หลังเทหนัก ระหว่างทรงปั่นจักรยาน

Loading… ทูลกระหม่อมฯ เสด็จหลบฝนในปั้มข้างทาง หล …

ข่าว
แฉซ้ำ ดีเจสาวรับอุปการะแมว ฆ่าควักไส้มาแล้ว 27 ตัว แลกเงินเว็บใต้ดิน!

Loading… แฉซ้ำ ดีเจสาวรับอุปการะแมว ฆ่าควักไส้มา …

ข่าว
แท่งเปิดใจหลังเฉลยใครฆ่าประเสริฐ ชี้เบาะแสใหม่ ความลับตระกูลจิระอนันต์

Loading… แท่งเปิดใจหลังเฉลยใครฆ่าประเสริฐ ชี้เบา …