ซักเสื้อกันหนาวไว้รอเลย อุตุฯ เตือน เข้าหน้าหนาว อุณหภูมิลดฮวบ หนาวสุด 15-16 องศา

ข่าว
Loading...

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง สำหรับภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วยอนึ่ง พายุไซโคลน “ติตลี” (TITLI) บริเวณอ่าวเบงกอล มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย และประเทศบังคลาเทศ ในช่วงวันที่ 11-13 ตุลาคม 2561 ขอให้ผู้ที่เดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และทะเลจีนใต้แล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในคืนนี้ (10 ต.ค. 61) ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง ในขณะที่มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ในช่วงวันที่ 10-13 ต.ค. 61 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยจะมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 14-16 ต.ค. 61 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค สำหรับภาคใต้มียังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง

Loading...

ในช่วงวันที่ 10 -16 ต.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย และในช่วงวันที่ 14 -16 ต.ค. 61 ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทยประมาณกลางเดือนตุลาคม 2561 ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์2562 ฤดูหนาวของประเทศไทยปีนี้ คาดว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนฤดูหนาวจะเริ่มต้นประมาณกลางเดือนตุลาคม และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 1-3 พ.ย. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 4-7 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิ จะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ สูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม. -พื้นที่การเกษตร ในระยะนี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว ปริมาณและการกระจาย ของฝนมีน้อย เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้มีน้ำใช้ในช่วงแล้ง -สัตว์เลี้ยง ในช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย รวมทั้งควรหมั่นสังเกตหากพบสัตว์ที่ป่วยควรรีบแยกออกจากกลุ่มและรีบรักษาเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปยังตัวอื่นๆ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 1-3 พ.ย. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อย บางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 4-7 พ.ย. อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิ จะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ สูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม.

-ข้าวนาปี สำหรับข้าวนาปีที่อยู่ในระยะแตกกอถึงออกรวง เกษตรกร ควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน เช่น หนอนกอ และหนอนกระทู้ เป็นต้น ซึ่งจะกัดกินทำให้ต้นข้าวเสียหาย ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ -สัตว์เลี้ยง สำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพื่อป้องกัน สัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย รวมทั้งควรหมั่นสังเกต หากพบสัตว์ที่ป่วยควรรีบแยกออกจากกลุ่มและรีบรักษา เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปยังตัวอื่นๆ

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 1-3 พ.ย. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 4-7 พ.ย. อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม.

-พืชไร่/ ไม้ผล/พืชผัก ในช่วงนี้ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง เกษตรกร ที่ปลูก พืชไร่ ไม้ผล และพืชผักต่างๆ ควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอน ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลง และด้อยคุณภาพ

-สัตว์เลี้ยง ระยะนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่าให้ปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 1-3 พ.ย. อากาศเย็นกับมีหมอก ในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 4-7 พ.ย. อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

-พื้นที่การเกษตร ในระยะนี้ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลง และด้อยคุณภาพ

-ไม้ผล เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกชุกหนาแน่น ทำให้ในบางพื้นที่ยังคงมีความชื้นในดินสูง เกษตรกรที่ปลูกไม้ผลควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราในส่วนของรากและลำต้น โดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่า ซึ่งจะทำให้ต้นพืชเสียหาย และตายได้

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนมากกว่าร้อยละ 65 ของพื้นที่เกือบตลอดสัปดาห์ กับมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีรายงานน้ำท่วมบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันที่ 2 ต.ค. และบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในวันที่ 4 และ 5 ต.ค.

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 4-6 พ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส

-พื้นที่การเกษตร ในระยะนี้จะมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากบางแห่งโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ เกษตรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว รวมทั้งควรจัดระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ ไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะปลูกเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้รากพืชเน่า ต้นพืชตายได้

-พืชสวน ในช่วงนี้มีฝนตกชุกหนาแน่นตลอดช่วง ทำให้ดินและอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกรควรดูแลสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวน ป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผล โรคใบยางร่วงลูกยางเน่าในยางพารา เป็นต้น

-ชาวเรือและชาวประมง ในช่วงวันที่ 1-7 พ.ย. บริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง

Loading...
ไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าว
สาวโวย ปวดหัวไปหาหมอ เจอไล่ให้มาพรุ่งนี้ บอก รพ.ไม่ใช่เซเว่น(คลิป)

Loading… สาวโวย ปวดหัวไปหาหมอ เจอไล่ให้มาพรุ่งนี …

ข่าว
ไฮโซสาว ฟ้า จิลมิกา โชว์เล่นโยคะเปลือยที่ญี่ปุ่น แต่ละท่ายากสุดๆ

Loading… ไฮโซสาว ฟ้า จิลมิกา โชว์เล่นโยคะเปลือยท …