เปิดสัมผัสที่หก “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! มีจริงเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ

สาระ
Loading...

คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับบทบาทของ “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” ในฐานะข้าราชบริพารผู้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาผู้เคร่งขรึมมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง ยังมี “สัมผัสที่หก” ที่สื่อถึงสิ่งเหนือธรรมชาติได้อย่างอัศจรรย์ ทำให้หลายเสี้ยวของชีวิตต้องพบเจอเหตุการณ์เหลือเชื่อมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ยังไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ใดๆ

“แม้จะมีหลักธรรมอันมีเหตุผลของพุทธศาสนาเป็นหลักยึด กอปรกับการศึกษาทางวิทยาการสมัยใหม่ที่ร่ำเรียนมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เราเรียกกันว่าสิ่งที่มองไม่เห็น หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “อินวิสสิเบิล” นั้น บางครั้งก็เป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ บางเหตุการณ์เป็นเรื่องที่ผมได้พบเจอในตอนเด็ก ซึ่งสมัยนั้นก็ต้องยอมรับว่ากลัวๆอยู่ พร้อมทั้งตั้งคำถามในสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “นี่มัน…อะไรกัน?” และโดยเฉพาะตอนโตแล้ว ผมก็พยายามจะหาคำอธิบายว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร และเกิดได้อย่างไร”…ดร.สุเมธ เผยเบื้องหลังที่มาของการลุกขึ้นเขียนหนังสือ “อะไรกันละหว่า?” เพื่อบอกเล่าถึงเสี้ยวชีวิตส่วนหนึ่งที่ยังคงเป็นปริศนาให้พิศวงจนถึงขณะนี้

Loading...
จริงไหมคะ “ดร.สุเมธ” มีซิกซ์เซนส์สัมผัสถึงสิ่งลี้ลับได้

ในชีวิตผมพบเจอกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ แต่ทุกเรื่องเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและผมได้เผชิญมาด้วยตัวเอง อาจจะแปลกบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ต้องออกตัวเสียก่อนว่าไม่ใช่ว่าผมจะหลงใหลถึงขั้นทรุดตัวลงกราบไหว้ หรือไปปิดทองต้นไม้ต้นไร่อะไร เพราะยังไม่เข้าขั้นงมงายไปถึงขนาดนั้น

ท่านเติบโตมาอย่างไร อยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่ที่เชื่อเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติหรือไม่

ผมเป็นคนเพชรบุรี เกิดที่เรือนไทยของตระกูลข้างคุณแม่ คุณแม่ของผมคือ ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล ท่านเคยเป็นต้นเครื่องพระกระยาหารไทยอยู่ในวัง ส่วนคุณพ่อคือ คุณอารีย์ ตันติเวชกุล ท่านเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา และเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้ได้เสียชีวิตไปแล้วทั้งสองท่าน ผมโตมาแบบใกล้ชิดพระพุทธศาสนา ตอนเล็กๆคุณทวดจะให้ตักบาตรทุกเช้า ผมจำได้ว่าขันตักบาตรใหญ่เบ้อเริ่ม สูงถึงเอวผม พระมารับบาตรในบ้านนับร้อยรูป การใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนาตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากจะทำให้เกิดวัฒนธรรมของความเรียบง่ายในครอบครัว ยังทำให้คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ว่าด้วยเรื่องของเหตุและผล ได้ถูกบรรจุเข้ามาในชีวิตผมตั้งแต่เด็กโดยปริยาย

สิ่งเหล่านี้ถูกมองว่างมงายล้าหลัง ปราชญ์ผู้รู้จริงอย่าง “ดร.สุเมธ” จะอธิบายอย่างไร

ถ้าคิดว่าการเรียนเมืองนอกเมืองนาเป็นเรื่องสมัยใหม่ สำหรับตัวผมเองแล้วการศึกษาก็นับว่าสมัยใหม่ เพราะเกือบเศษสามส่วนสี่ของชีวิตศึกษาอยู่ที่เมืองนอก แต่นี่ก็ไม่ได้ทำให้ผมเป็น “ฝรั่ง” มากกว่าเป็น “ไทย” เพราะอย่างไรก็ตามในความที่เกิดเป็นคนไทย เติบโตอยู่ท่ามกลางสภาพวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมความเชื่อของคนไทย ทำให้ผมยังรักษาความเป็นไทยๆอยู่ได้ เรื่องที่ผมนำมาเล่าในหนังสือ หลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่สามารถอธิบายได้ แต่ทุกเรื่องเป็นปรากฏการณ์ที่ผมได้เผชิญมาด้วยตัวเอง ผมอยากจะบอกว่า ปรากฏการณ์บางอย่างซึ่งบางทีเราอธิบายไม่ได้นั้น โดยหลักการแล้วมันสามารถอธิบายได้ทั้งนั้นเลย แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างอันที่จริงก็เป็นวิทยาศาสตร์นะ เพียงแต่ว่าบางทียังไม่มีทฤษฎีอะไรแน่ชัด และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป แต่หากเราลองมาวิเคราะห์หาเหตุหาผลแล้ว บางสิ่งก็มีคำอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ได้ อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับหรือไม่เท่านั้น

จำได้ไหมคะ อะไรคือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เจอครั้งแรก?

ตอนนั้นผมอายุ 6-7 ขวบ เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บ้านที่เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านโบราณ อายุเก่าแก่ 200 ปี ต้นตระกูลของผมย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก ลักษณะบ้านเป็นเรือนหมู่แบบไทยมีชานเชื่อมต่อกันห้าหลัง แล้วก็มีต้นไม้งอกทะลุนอกชานขึ้นมา ช่วยให้ร่มรื่นเย็นสบาย ต้นไม้ตอนนั้นเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นส้มโอ มะเฟือง ขนุน และชมพู่ อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ผมนั่งเล่นคนเดียวอยู่นอกชาน ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับต้นส้มโอ คือต้นส้มโอเหมือนมีมือขนาดใหญ่มาเขย่าอย่างรุนแรงจนสั่นไหวไปทั้งต้น ไม่ใช่การสั่นไหวด้วยแรงลม แต่มันสั่นไปทั้งต้น ราวกับถูกเครื่องเขย่าต้นไม้ที่ฝรั่งใช้เวลาเก็บเกี่ยวไม้ผล ผมเก็บเรื่องนี้มาครุ่นคิดตลอด แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่กล้าเล่าให้ผู้ใหญ่ฟัง หลังจากวันนั้นผมไม่เข้าใกล้ต้นส้มโออีกเลย

แล้วเหตุการณ์ฝังใจประเภทเห็นภูตผีวิญญาณจะจะล่ะคะมีไหม

ตอนผมไปเรียนเมืองนอกได้เจอกับพลังจิตเหนือธรรมชาติ ผมเรียนอยู่ที่ดาลัด ประเทศเวียดนาม มีเหตุการณ์ถูกผีอำเกิดขึ้นกับผม ขณะกำลังนอนหลับ ผมรู้สึกเหมือนมีคน หรืออะไรสักอย่างมานั่งทับบนตัว จึงตื่นขึ้น!! ตอนนั้นแน่ใจว่าตื่น มีสติ พอเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเงาดำทะมึนเป็นรูปคนนั่งคร่อมเราอยู่ ผมเองพยายามจะดิ้น แต่ก็ดิ้นไม่ออก จึงค่อยๆขยับมือออกมาจากผ้าห่ม ตั้งใจเหวี่ยงกำปั้นเต็มเหนี่ยวไปโดนเงาทะมึน แต่ปรากฏว่ากำปั้นที่เหวี่ยงไปนั้น วืดหมด ไม่โดนอะไรเลยนอกจากอากาศ

เรื่องหลอนๆขนหัวลุกสุดที่เคยเจอ ยกให้เหตุการณ์ไหน

เป็นช่วงบวชถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ขณะนั้นผมอายุได้ 48 ปี บวชแล้วก็ไปจำวัดที่วัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี ซึ่งเลื่องลือว่า “แรงมาก” เย็นวันหนึ่งผมลงโบสถ์ทำวัตร หลังจากทำวัตรสวดมนต์เสร็จ ก็นั่งสมาธิต่อไปจนสามสี่ทุ่ม ตอนนั้นผมเป็นโรคหลอดลมอักเสบก็จะไอ นึกเกรงใจพระรูปอื่นเสียสมาธิ เลยตัดสินใจเดินออกจากโบสถ์เงียบๆ แล้วลงไปทางบันไดด้านหลังโบสถ์ บริเวณนั้นมีลานต้นพิกุลใหญ่ ผมขึ้นไปนั่งทำสมาธิใต้ต้นพิกุล สักพักได้ยินเสียงลมพัดจีวรสะบัด รู้สึกว่ามีพระมานั่งข้างหลังเรารูปหนึ่ง ใจคิดว่า “อืม ท่านก็มานั่งสมาธิ กับเราด้วย ผมได้กลิ่นพระแก่ๆ เป็นกลิ่นของผ้าจีวรเก่าย้อมด้วยไม้ขนุน ผสมกลิ่นตัวของพระแก่ๆ ตอนนั้นเรามีสติอยู่ตลอดเวลา แต่จะหันไปมองดูก็ลังเลอยู่นาน ที่สุดจึงตัดสินใจว่าไม่หันไปดูดีกว่า เพราะแค่ลำพังกลิ่นกับเสียงยังพอรับไหว แต่ถ้าเห็น “อะไรไม่รู้ นี่ไม่ไหวแน่ๆ” คิดแล้วก็คุมสติลุกขึ้นยืน แล้วรีบเดินตรงเข้าไปที่โบสถ์ กลับมานั่งทำสมาธิต่อในโบสถ์จนถึงเวลากลับไปจำวัด มาถึงตอนนี้ก็อธิบายไม่ได้ว่าสิ่งที่พบนั้นเป็นอะไร แต่เมื่อคิดดูแล้ว ไม่น่าใช่พระภิกษุแก่จริงๆ เพราะขณะที่กลับเข้าไปพระทุกรูปยังคงนั่งทำสมาธิอยู่ในโบสถ์

ได้ยินมาว่าเคยถูกทำคุณไสย จริงไม่จริงอย่างไรคะ

ผมมีประสบการณ์หนึ่งที่เกี่ยวกับลมเพลมพัด เป็นลมเพลมพัดที่ไกลถึงชายแดนเขมร คืออยู่ๆหน้าตาของผมก็หมดราศี ดูแล้วดำไปหมด จนแม้ตัวเองก็รู้สึก และอารมณ์ยังก้าวร้าวรุนแรงผิดปกติ เวลาเจอใครไม่พอใจก็ด่าเขาหยาบๆเล่นเขาแรงๆ คือ คุมสติตัวเองไม่ได้เลย อารมณ์เสียตลอดเวลา ขณะที่กังวลใจ มีรองอธิบดีกรมที่ดินโทร.มาชวนว่า จะพาไปดูอะไรประหลาดๆ แล้วเขาก็มารับผมไปที่สำนักของอาจารย์โสมทัต เขมจารี ตอนที่ไปถึงนั้น อาจารย์กำลังทำพิธีถอนของ!! คนที่มาถอนของบางคนอาเจียนเป็นลูกหมากเขียนยันต์เต็ม บางคนมีของออกจากตัวแบบแปลกๆ ผมนั่งดูไปจนเกือบเที่ยงคืน อาจารย์ก็หันมาที่ผม แล้วว่า “เอ็งนะ…นอน!!” ผมลงไปนอนบนแคร่ยาวๆที่ท่านใช้ทำพิธี พอนอนเสร็จอาจารย์เอาน้ำมันมนต์มาทาที่หน้าอก แล้วนวดๆ ทาๆเสร็จก็เขียนยันต์ อาจารย์พูดเสียงดังว่า “รู้นะ พวกนักเรียนนอกเนี่ย พูดอะไรไปก็ไม่เชื่อหรอก ฉะนั้นให้คนที่มาด้วยนั่นแหละมาถอนของ” ตอนนั้นมีรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา “มนูญ มุกข์ประดิษฐ์” ไปกับผมด้วย อาจารย์ให้มีดหมอมาสองเล่มให้บ่งของออกเหมือนบ่งเข็ม มนูญก็บ่งที่หน้าอกผม ปรากฏว่าดึงออกมาเป็นตะปู 2 ตัว และเบ็ดตกปลายืดตรง 1 ตัว ผมไม่รู้สึกเจ็บอะไรแค่แสบนิดหน่อย พอตอนเช้าตื่นมา จากที่เคยหน้าดำคล้ำ และอารมณ์เสีย ก็หายไปหมด อาจารย์ถามว่าพักนี้ได้ไปที่ชายแดนเขมรหรือเปล่า เพราะทุกวันพระคนมีวิชาจะปล่อยของที่นั่น!! ตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่ว่า “ดร.สุเมธ” เอาเป็ดออกมาจากหน้าอกได้ มันคนละเรื่องเลยระหว่าง “ดึงเบ็ดออกมาจากอก” กับ “ดึงเป็ดออกมาจากอก” เป็ดอะไรจะเข้าไปอยู่ในอกได้ทั้งตัว

เวลาเจอสิ่งเหนือธรรมชาติเหล่านี้ ใช้อะไรดึงสติกลับมา

ในฐานะที่เป็นชาวพุทธ ทุกครั้งที่เจอผมจะพยายามหาเหตุผล เพราะพระพุทธองค์ท่านสอน ไม่ให้เชื่อ ไม่ให้งมงาย จะต้องมีสตินึกรู้ พร้อมทั้งพยายามทำความเข้าใจ หาทางแก้ไขว่าเมื่อเผชิญแล้วจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นั้นๆโดยไม่ตื่นตระหนกตกใจ.

ทีมข่าวหน้าสตรี

Loading...
ไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

สาระ
สาวสุดทน! เจอ “ชายโรคจิด” เซลฟี่ “นกเขาตัวเอง” ส่งมาให้ดู-อ้วกแทบพุ่ง!!

Loading… อีกหนึ่งภัยสำหรับสาวๆ บนโลกโซเชียล อย่า …

สาระ
โซเชียลจีนฮือฮา ฝนตกเป็นสัตว์ทะเล (ชมคลิป)

Loading… ชาวเน็ตจีนตื่นเต้น ฝนในชิงเต่าตกลงมาเป็ …